คู่มือผู้ใช้งาน

boq3D Construction AI

แพลตฟอร์มบริหารงานก่อสร้างแบบ AI-Native ที่ร้อยข้อมูลตั้งแต่โมเดล BIM → ปริมาณงาน → ราคา → งบประมาณ → การจัดซื้อ → ความคืบหน้าหน้างาน ให้เป็นสายเดียวที่ตรวจสอบย้อนกลับได้

ภาษา: ไทย / English รองรับโหมดมืด ปรับปรุง: 11 มิ.ย. 2026

1. แพลตฟอร์มนี้คืออะไร

boq3D Construction AI คือระบบบริหารต้นทุนและงานก่อสร้างที่เริ่มจากแบบจำลอง 3 มิติ (BIM/IFC) แล้วต่อยอดเป็นข้อมูลเชิงพาณิชย์ทั้งสาย โดยข้อมูลแต่ละชั้นเชื่อมต่อกันจริง ไม่ใช่แยกไฟล์

หัวใจของระบบคือ “ข้อมูลชุดเดียวไหลต่อกัน” เมื่อคุณอัปโหลดโมเดล ระบบจะถอดปริมาณงานออกมาเป็น BOQ ใส่ราคาเพื่อประเมินต้นทุน ตั้งเป็นงบควบคุม แล้วผูกกับการจัดซื้อและความคืบหน้าจริงหน้างาน ทุกขั้นอ้างอิงกลับไปยังต้นทางได้เสมอ

เส้นทางการพัฒนา (Milestones)

ระยะความสามารถสถานะ
M1IFC → ถอดปริมาณ (Quantity Takeoff) → BOQพร้อมใช้
M2ประเมินราคา (Cost Estimation) — คลังราคา/ราคาแยกองค์ประกอบพร้อมใช้
M3ควบคุมต้นทุน (Cost Control)พร้อมใช้
M4–M5การจัดซื้อ & ERP (ใบสั่งซื้อ ใบรับของ ใบแจ้งหนี้ จ่ายเงิน งวดงาน คลังวัสดุ)พร้อมใช้
M6Digital Twin + Earned Value (EVM)พร้อมใช้
M7AI — ฟีดความสนใจ + ผู้ช่วยโครงการพร้อมใช้
ℹ️ แนวคิดที่ควรเข้าใจก่อน

ทุกอย่างอยู่ภายใต้ “โปรเจกต์” — โมเดล, BOQ, งบ, การจัดซื้อ และความคืบหน้า ล้วนผูกกับโปรเจกต์ เริ่มงานทุกครั้งจึงต้องเลือกโปรเจกต์ก่อน

2. เริ่มต้นใช้งาน

เข้าระบบผ่านเว็บเบราว์เซอร์ รองรับทั้งจอคอมพิวเตอร์และแท็บเล็ต

  1. เปิดเบราว์เซอร์ไปที่ที่อยู่ของระบบ (เช่น http://localhost:8080 หรือโดเมนที่องค์กรกำหนด)
  2. กรอกอีเมลและรหัสผ่านที่ได้รับ แล้วกด เข้าสู่ระบบ
  3. เมื่อเข้าสำเร็จ ระบบจะพาไปหน้า โปรเจกต์ โดยอัตโนมัติ
💡 สลับภาษาและธีม

มุมขวาบนมีปุ่ม EN / ไทย สำหรับสลับภาษา และปุ่มรูปดวงจันทร์สำหรับสลับ โหมดมืด/สว่าง ระบบจะจำค่าที่เลือกไว้ให้

บทบาทและสิทธิ์การใช้งาน

ระบบมี 3 บทบาท สิทธิ์ต่างกันชัดเจนเพื่อความปลอดภัยและการแบ่งแยกหน้าที่ (Segregation of Duties)

บทบาทเหมาะกับดูข้อมูลแก้ไข/บันทึกอนุมัติ
ผู้ดูแลระบบ
Admin
ผู้ดูแลระบบ/ผู้บริหารระบบ ✓ ทั้งหมด ✓ ทั้งหมด
หัวหน้าฝ่ายพาณิชย์
Commercial lead
QS / ฝ่ายต้นทุน / จัดซื้อ ✓ ทั้งหมด ✓ งานเชิงพาณิชย์
ผู้ชมข้อมูล
Viewer
ผู้บริหาร/ผู้เกี่ยวข้องที่ดูอย่างเดียว ✓ ทั้งหมด — ไม่ได้
ℹ️ ปุ่มที่ไม่เห็น = ไม่มีสิทธิ์

ถ้าเข้าด้วยบทบาท ผู้ชมข้อมูล ปุ่มสร้าง/แก้ไข/อนุมัติจะถูกซ่อนไว้ หากต้องการทำรายการให้ติดต่อผู้ที่มีสิทธิ์

โครงสร้างหน้าจอ

แถบนำทางหลัก (ระดับองค์กร) — แสดงเป็นแถบด้านซ้ายบนจอกว้าง (และยุบเป็นเมนูด้านบนบนจอแคบ) เข้าถึงได้ทุกที่:

แดชบอร์ดโปรเจกต์คลังราคาซัพพลายเออร์สต็อกวัสดุคลัง

แท็บภายในโปรเจกต์ — ปรากฏเมื่อเปิดโปรเจกต์ใดโปรเจกต์หนึ่ง:

ภาพรวมโมเดลBOQการควบคุมต้นทุนการจัดซื้อDigital TwinAI
หน้าจอหลักของแอป — แถบนำทางซ้ายและรายการโปรเจกต์
หน้าจอหลัก — แถบนำทางระดับองค์กรด้านซ้าย พร้อมตัวสลับภาษา ไทย/EN และโหมดมืดที่มุมล่าง

3. โปรเจกต์ (Projects)

จุดเริ่มต้นของทุกงาน — โปรเจกต์คือกล่องที่รวมโมเดล ปริมาณงาน งบ และการจัดซื้อของโครงการหนึ่งไว้ด้วยกัน

การสร้างและเปิดโปรเจกต์

  1. ไปที่เมนู โปรเจกต์ จะเห็นรายการโปรเจกต์ทั้งหมดในองค์กร
  2. กดสร้างโปรเจกต์ใหม่ แล้วกรอก รหัสโครงการ (เช่น DEMO-1), ชื่อโครงการ และ สกุลเงิน (เช่น THB)
  3. คลิกที่ชื่อโปรเจกต์เพื่อเข้าไปทำงาน — ระบบจะแสดงแท็บภายในโปรเจกต์
ℹ️ สกุลเงิน

สกุลเงินตั้งที่ระดับโปรเจกต์ และจะถูกใช้ตลอดสายงานต้นทุน/จัดซื้อของโปรเจกต์นั้น ควรกำหนดให้ถูกตั้งแต่ต้น

แท็บ “ภาพรวม”

สรุปสถานะโครงการในหน้าเดียว เช่น ความคืบหน้า สถานะต้นทุน และการ์ดที่เชื่อมไปยังโมดูลอื่น ใช้เป็นจุดเริ่มดูภาพรวมก่อนเจาะแต่ละด้าน

4. โมเดล IFC (โมเดล)

อัปโหลดแบบจำลอง BIM มาตรฐาน IFC เพื่อให้ระบบถอดปริมาณงานและแสดงผล 3 มิติ

อัปโหลดและประมวลผล

  1. เข้าโปรเจกต์ → แท็บ โมเดล
  2. อัปโหลดไฟล์ .ifc (รองรับ IFC2x3 / IFC4)
  3. ระบบจะ ประมวลผล (parse) ไฟล์ในเบื้องหลัง — ดึงชิ้นส่วน (ผนัง เสา คาน พื้น ฯลฯ) ชั้นอาคาร วัสดุ และคุณสมบัติต่าง ๆ
  4. เมื่อสถานะเป็น พร้อม (ready) โมเดลจะถูกนำไปใช้ถอดปริมาณและแสดงในมุมมอง 3 มิติได้

เวอร์ชันของโมเดล

อัปโหลดซ้ำได้หลายเวอร์ชัน ระบบเก็บลำดับเวอร์ชันไว้ ทำให้ติดตามได้ว่าปริมาณงานและ BOQ อ้างอิงจากโมเดลเวอร์ชันใด

แท็บโมเดลในโปรเจกต์
แท็บ “โมเดล” — จัดการไฟล์ IFC และเวอร์ชันของโมเดลในโปรเจกต์
⚠️ ไฟล์ไม่ถูกประมวลผล

หากอัปโหลดแล้วสถานะค้างหรือผิดพลาด ให้ตรวจว่าเป็นไฟล์ IFC จริง (ไม่ใช่ไฟล์อื่นที่เปลี่ยนนามสกุล) และไม่เกินขนาดสูงสุดที่ระบบกำหนด

5. BOQ — ถอดปริมาณงาน (Bill of Quantities)

เปลี่ยนชิ้นส่วนในโมเดลให้เป็นรายการปริมาณงานที่ใช้ทำราคาและงบได้

สร้าง BOQ จากโมเดล

  1. เข้าโปรเจกต์ → แท็บ BOQ
  2. สร้าง BOQ โดยอ้างอิงจากโมเดลที่ “พร้อม” แล้ว ระบบจะ ถอดปริมาณอัตโนมัติ (Quantity Takeoff) ตามชนิดชิ้นส่วนและหน่วยที่เหมาะสม
  3. เปิด BOQ เพื่อดูรายการเป็น ลำดับชั้น (หมวด → รายการย่อย) พร้อมรหัสจำแนก หน่วย และปริมาณ

ปริมาณจากโมเดล vs การแก้ไขเอง

แต่ละรายการมีทั้ง ปริมาณที่ได้จากโมเดล และค่าที่ใช้งานจริง หากต้องปรับ คุณสามารถ แก้ไขปริมาณเอง (override) ได้ โดยระบบจะทำเครื่องหมายว่าถูกแก้ และให้ระบุ เหตุผล เพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับได้

แท็บ BOQ ในโปรเจกต์
แท็บ “BOQ” — รายการปริมาณงานที่ถอดจากโมเดล สร้าง/ส่งออกได้
💡 ส่งออก BOQ

ส่งออกเป็นไฟล์ Excel (.xlsx) หรือ CSV เพื่อส่งต่อหรือทำรายงานภายนอกได้

6. คลังราคา (Rate Library)

ศูนย์กลางราคาต่อหน่วย เพื่อนำไปคำนวณราคาให้ BOQ อย่างเป็นมาตรฐาน

ชุดราคา (Rate Card)

สร้างชุดราคาที่จับคู่กับรหัสจำแนกและหน่วย รองรับ 2 แบบ:

  • ราคารวม (flat) — กำหนดราคาต่อหน่วยเป็นค่าเดียว
  • ราคาแยกองค์ประกอบ (built-up) — แยกเป็น ค่าแรงงาน / ค่าวัสดุ / ค่าเครื่องจักร โดยราคารวม = ผลบวกของทั้งสาม ช่วยให้วิเคราะห์โครงสร้างต้นทุนได้ละเอียด

การนำราคาไปใช้กับ BOQ

เมื่อ “apply” ชุดราคาเข้ากับ BOQ ระบบจะ คัดลอกราคา ณ ขณะนั้น (snapshot) ลงในรายการ BOQ พร้อมแยกองค์ประกอบแรงงาน/วัสดุ/เครื่องจักรให้ ทำให้ BOQ มีมูลค่ารวมและยอดย่อยตามองค์ประกอบ

ℹ️ ทำไมต้อง snapshot

ราคาในคลังอาจเปลี่ยนภายหลัง แต่ราคาที่ apply ลง BOQ จะถูก “ตรึง” ไว้ เพื่อให้มูลค่าที่ประเมินไม่เปลี่ยนตามคลังราคาโดยไม่ตั้งใจ

7. การควบคุมต้นทุน (Cost Control)

เปลี่ยน BOQ ให้เป็น “ทะเบียนงบประมาณ” แล้วติดตามว่าใช้จริงเทียบกับงบอย่างไร

สร้างทะเบียนงบจาก BOQ

  1. เข้าโปรเจกต์ → แท็บ การควบคุมต้นทุน
  2. สร้างทะเบียนงบโดย ตั้งฐาน (baseline) จาก BOQ — ระบบคัดลอกรายการมาเป็นงบตั้งต้น และทะเบียนนี้จะคงอยู่แม้ BOQ ต้นทางจะถูกแก้/ลบภายหลัง
  3. ติดตามคอลัมน์สำคัญในรายงานต้นทุน
แท็บการควบคุมต้นทุนในโปรเจกต์
แท็บ “การควบคุมต้นทุน” — ตั้งฐานงบจาก BOQ แล้วติดตามทะเบียนงบ (เช่น Cost AC20)

ค่าที่ติดตาม

ค่าความหมาย
งบเดิม / งบแก้ไขงบตั้งต้น และงบหลังปรับด้วยรายการเปลี่ยนแปลง (Variation)
มูลค่าผูกพัน (Committed)ยอดที่ผูกพันแล้วผ่านใบสั่งซื้อ/สัญญา
ต้นทุนจริง (Actual)ยอดที่เกิดขึ้นจริง มาจากใบแจ้งหนี้/งวดงานที่อนุมัติ และวัสดุที่เบิกออก
ส่วนต่าง (Variance)งบแก้ไข − ต้นทุนจริง (ติดลบ = เกินงบ)
💡 ต้นทุนจริงมาจากไหน

คุณไม่ต้องกรอกต้นทุนจริงเอง — มันถูก “ดันเข้ามาอัตโนมัติ” เมื่ออนุมัติใบแจ้งหนี้/งวดงาน หรือเมื่อเบิกวัสดุออกจากคลัง ทำให้งบกับหน้างานตรงกันเสมอ

8. การจัดซื้อ (Procurement)

งานจัดซื้อจัดจ้างครบวงจร ตั้งแต่สอบราคา สั่งซื้อ รับของ ไปจนถึงตั้งหนี้ จ่ายเงิน และเบิกงวดงานผู้รับเหมาช่วง — ออกแบบตามแนวปฏิบัติไทย

แท็บ การจัดซื้อ มีเมนูย่อย:

สอบราคาใบสั่งซื้อใบรับของใบแจ้งหนี้งวดงาน
แท็บการจัดซื้อในโปรเจกต์
แท็บ “การจัดซื้อ” — เมนูย่อยครบวงจร: สอบราคา → ใบสั่งซื้อ → ใบรับของ → ใบแจ้งหนี้ → งวดงาน

8.1 สอบราคา (RFQ / Sourcing)

ออกคำขอเสนอราคาไปยังผู้ขายหลายราย เพื่อเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจสั่งซื้อ

8.2 ใบสั่งซื้อ (Purchase Order / Commitment)

เมื่อเลือกผู้ขายแล้ว ออก ใบสั่งซื้อ ซึ่งจะกลายเป็น มูลค่าผูกพัน ในงบควบคุมทันที หากมีการเปลี่ยนแปลงขอบเขต/ราคาให้บันทึกเป็น รายการเปลี่ยนแปลง (Variation, VO) ซึ่งจะไปปรับ “งบแก้ไข”

8.3 ใบรับของ (Goods Receipt / GRN)

บันทึกการรับของจริงตามใบสั่งซื้อ ใช้ยืนยันว่าของเข้ามาแล้วก่อนตั้งหนี้/จ่ายเงิน และเชื่อมกับคลังวัสดุ

8.4 ใบแจ้งหนี้ (Supplier Invoice)

ตั้งหนี้ค่าสินค้า/บริการ เมื่อ อนุมัติ ระบบจะ ลงต้นทุนจริง เข้างบควบคุม (กระจายตามรายการในใบสั่งซื้อ) — ปิดวงจรจัดซื้อ ↔ ต้นทุนโดยอัตโนมัติ

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และเงินประกันผลงาน (แนวปฏิบัติไทย)

ใบแจ้งหนี้รองรับ 2 อัตราแบบไทย ๆ:

  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT) — หักจากยอดที่จ่ายจริง
  • เงินประกันผลงาน (Retention) — กันไว้ส่วนหนึ่ง จ่ายคืนภายหลัง
ℹ️ จุดสำคัญทางบัญชี

ทั้งสองอัตรานี้ลด เงินสดที่จ่ายจริง (net payable) เท่านั้น ไม่ลดต้นทุนที่บันทึก — ต้นทุนยังลงเต็มยอดตามมูลค่างาน

8.5 การจ่ายเงิน และการคืนเงินประกัน

บันทึกการจ่ายเงินเข้ากับใบแจ้งหนี้ที่อนุมัติแล้ว (เป็นบัญชีเจ้าหนี้แบบ append-only) ยอด “จ่ายแล้ว/คงค้าง” คำนวณจากผลรวมการจ่าย และมีรายการ คืนเงินประกันผลงาน แยกต่างหาก

8.6 งวดงานผู้รับเหมาช่วง (Progress Claims)

เบิกงวดงานตามเปอร์เซ็นต์ความคืบหน้าสะสม มูลค่างวดที่อนุมัติจะลงเป็นต้นทุนจริงเช่นเดียวกับใบแจ้งหนี้

8.7 การแบ่งแยกหน้าที่ (Maker–Checker)

⚠️ ผู้สร้างรายการ ≠ ผู้อนุมัติ

เพื่อการควบคุมภายใน ระบบบังคับว่า คนที่สร้างเอกสารจะอนุมัติเอกสารของตัวเองไม่ได้ ต้องให้อีกผู้ใช้ที่มีสิทธิ์เป็นผู้อนุมัติ (Segregation of Duties)

8.8 ซัพพลายเออร์ (Suppliers)

ทะเบียนผู้ขาย/ผู้รับเหมา (เมนูระดับองค์กรด้านบน) ใช้อ้างอิงในการสอบราคา ใบสั่งซื้อ และใบแจ้งหนี้ — มีสถานะ ใช้งาน/เก็บเข้าคลัง (active/archived)

9. คลังวัสดุ (Inventory)

จัดการสต็อกวัสดุและเชื่อมการเบิกใช้เข้ากับต้นทุนโครงการ

เมนูระดับองค์กรด้านบน แบ่งเป็น:

  • สต็อก — ยอดคงเหลือและมูลค่าวัสดุ คิดด้วยวิธี ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักแบบเคลื่อนที่ (moving weighted-average)
  • วัสดุ — รายการวัสดุหลัก (item master) หน่วย และข้อมูลอ้างอิง
  • คลัง — สถานที่จัดเก็บ (warehouses)

วัสดุออก → ต้นทุน

เมื่อ เบิกวัสดุออก เพื่อใช้งานในโครงการ ระบบจะตัดสต็อกและ ลงต้นทุนจริง เข้างบควบคุมตามมูลค่าวัสดุที่เบิก — เชื่อมคลังวัสดุกับต้นทุนโครงการให้สอดคล้องกัน

10. Digital Twin & มูลค่าที่ได้รับ (EVM)

แบบจำลองดิจิทัลที่สะท้อนหน้างานจริง — ติดตามความคืบหน้ารายโซน คุณภาพ (QC) และวัดผลทั้งด้านต้นทุนและเวลาด้วย EVM

10.1 โซนและความคืบหน้า

  1. เข้าโปรเจกต์ → แท็บ Digital Twin
  2. กด ดึงโซนจากโมเดล — ระบบสร้างโซนจากชั้นอาคาร (storeys) ใน IFC โดยอัตโนมัติ (ทำซ้ำได้ ไม่สร้างซ้ำ)
  3. กำหนด % ความคืบหน้า ของแต่ละโซน สถานะ (ยังไม่เริ่ม / กำลังทำ / เสร็จ) จะถูกคำนวณให้

10.2 ปัญหาคุณภาพ (QC Issues)

บันทึกข้อบกพร่อง/ประเด็นคุณภาพ ระบุความรุนแรง (ต่ำ/ปานกลาง/สูง/วิกฤต) และสถานะ ผูกกับโซนและ/หรือชิ้นส่วนเฉพาะใน IFC ได้

10.3 ฮีตแมป 3 มิติ

ระบายสีโมเดล 3 มิติตามความคืบหน้าของโซน (เทา → เหลือง → เขียว) และ เน้นสีแดง ที่ชิ้นส่วนซึ่งมีปัญหาคุณภาพค้างอยู่ ลากเพื่อหมุน เลื่อนล้อเพื่อซูม คลิกชิ้นส่วนเพื่อดูข้อมูล

10.4 บันทึกภาพรวม & กราฟ S-curve

กด บันทึกภาพรวม เพื่อเก็บความคืบหน้ารวมของวันนั้น (วันละ 1 จุด) เมื่อมีหลายจุดจะเห็นแนวโน้มเป็น กราฟ S-curve

กราฟ S-curve แผน vs จริง
กราฟ S-curve — เส้นทึบ = งานจริง, เส้นประ = ตามแผน (baseline) บนแกนเวลาเดียวกัน

10.5 มูลค่าที่ได้รับ — Earned Value (EVM)

หน้านี้รวม ทั้งด้านต้นทุนและด้านเวลา ไว้ในการ์ดเดียว โดยเชื่อมความคืบหน้า (Digital Twin) เข้ากับงบ/ต้นทุนจริง (การควบคุมต้นทุน) และเส้นแผนงาน (Baseline)

สูตรหลัก

EV (มูลค่างานที่ทำได้) = % ความคืบหน้า × งบประมาณ
CV (ส่วนต่างต้นทุน) = EV − ต้นทุนจริง  •  CPI = EV ÷ ต้นทุนจริง
PV (มูลค่างานตามแผน) = % ตามแผน × งบประมาณ
SV (ส่วนต่างด้านเวลา) = EV − PV  •  SPI = EV ÷ PV
ตัวชี้วัดอ่านค่าอย่างไร
CPI (ดัชนีต้นทุน)> 1 = ใช้ต้นทุนต่ำกว่างบ (ดี) · < 1 = เกินงบ
SPI (ดัชนีด้านเวลา)> 1 = เร็วกว่าแผน (ดี) · < 1 = ช้ากว่าแผน
CV / SVเป็นบวก = ดี · เป็นลบ = เกินงบ / ช้ากว่าแผน (แสดงเป็นสีแดง)
การ์ด Earned Value (EVM)
การ์ดมูลค่าที่ได้รับ (EVM) — แสดงครบ EV · PV · AC · CV · CPI · SV · SPI (ค่าที่แย่กว่าแผนเป็นสีแดง)

ตั้งเส้นแผนงาน (Baseline) เพื่อปลดล็อก SV/SPI

ด้านต้นทุน (EV/CV/CPI) ใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องตั้งค่าอะไร ส่วน ด้านเวลา (PV/SV/SPI) ต้องมีเส้นแผนงานก่อน:

  1. เลื่อนไปการ์ด Baseline แผนงาน (สำหรับ SV/SPI)
  2. กรอก วันที่ตามแผน และ % ตามแผน (0–100) ที่คาดว่าจะเสร็จ ณ วันนั้น แล้วกด เพิ่มจุด — ใส่หลายจุดเพื่อขึ้นรูปเส้นโค้งแผน เช่น 1 ม.ค. = 0% และ 31 ธ.ค. = 100%
  3. ระบบจะ ประมาณค่าเชิงเส้น ระหว่างจุดเพื่อหา % ตามแผน ณ วันนี้ แล้วคำนวณ PV/SV/SPI ให้อัตโนมัติ
  4. กราฟ S-curve จะซ้อน เส้นแผน (เส้นประ) ทับ เส้นจริง (เส้นทึบ) ให้เปรียบเทียบได้ทันที
การ์ดตั้งเส้นแผนงาน (Baseline)
การ์ด “Baseline แผนงาน” — เพิ่ม/ลบจุด (วันที่ + % ตามแผน) เพื่อปลดล็อก PV/SV/SPI
💡 ลบจุดได้ตลอด

กด ลบ ที่จุดใดก็ได้เพื่อแก้เส้นแผน หากไม่มี Baseline เลย ระบบจะแสดงเฉพาะด้านต้นทุน (SV/SPI จะถูกซ่อน) อย่างนุ่มนวล

11. แดชบอร์ด (Dashboard)

ภาพรวมระดับพอร์ตโฟลิโอทั้งองค์กรในหน้าเดียว

เมนู แดชบอร์ด (แถบนำทางหลัก) สรุปข้ามทุกโปรเจกต์: จำนวนโปรเจกต์, ยอดงบประมาณรวม, มูลค่าผูกพัน, ต้นทุนจริง, ส่วนต่างรวม, มูลค่าสต็อกคงคลัง และยอดเจ้าหนี้คงค้าง (AP outstanding) เหมาะสำหรับผู้บริหารที่ต้องการเห็นสุขภาพการเงินรวมอย่างรวดเร็ว

หน้าแดชบอร์ดสรุปพอร์ตโฟลิโอ
แดชบอร์ด — สรุปการเงินรวมทั้งองค์กร: งบประมาณ ผูกพัน ต้นทุนจริง ส่วนต่าง มูลค่าสต็อก และเจ้าหนี้คงค้าง

12. ผู้ช่วย AI & ฟีดความสนใจ

ชั้น AI ที่ช่วยสรุปและตอบคำถามโดยอ้างอิงข้อมูลจริงของโครงการ

ฟีดความสนใจ (Attention Feed)

ระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่แล้ว (ต้นทุน คุณภาพ จัดซื้อ เวลา) แล้วจัดอันดับ ประเด็นที่ควรสนใจ ขึ้นมาเป็นการ์ด พร้อมลิงก์พาไปยังจุดที่ต้องจัดการ — ทำงานแบบกำหนดได้ (deterministic) จึงอธิบายที่มาได้

ผู้ช่วยโครงการ (Project Assistant)

  1. เข้าโปรเจกต์ → แท็บ AI
  2. พิมพ์คำถามในกล่อง ถามเกี่ยวกับโครงการนี้ เช่น “มีอะไรเสี่ยงบ้าง” หรือ “ตอนนี้คืบหน้าไปเท่าไร”
  3. ผู้ช่วยจะตอบโดย อ้างอิงข้อมูลสดของโครงการ (ความคืบหน้า ต้นทุน QC และฟีดความสนใจ)
แท็บ AI — ผู้ช่วยประจำโปรเจกต์
แท็บ “AI” — ผู้ช่วยประจำโปรเจกต์ ถามตอบโดยอ้างอิงข้อมูลจริง (ที่นี่แสดงโมเดล gpt-4o-mini)
ℹ️ สำหรับผู้ดูแลระบบ — การตั้งค่าผู้ให้บริการ AI

ผู้ช่วยทำงานผ่านผู้ให้บริการ LLM ที่ตั้งค่าได้ (ค่าเริ่มต้น: OpenAI รุ่น gpt-4o-mini; รองรับ Gemini ด้วย) กำหนดผ่านไฟล์ .env:

BOQ_LLM_PROVIDER=openai      # หรือ gemini
BOQ_LLM_MODEL=gpt-4o-mini
BOQ_LLM_API_KEY=sk-...       # คีย์ของคุณ

หากยังไม่ตั้งคีย์ การ์ดผู้ช่วยจะขึ้นว่า “ไม่ได้ตั้งค่า” และส่วนอื่นของระบบยังใช้งานได้ตามปกติ

🔒 ความปลอดภัยของคีย์

อย่าวางคีย์ API ในแชต อีเมล หรือที่แชร์สาธารณะ เก็บไว้ใน .env เท่านั้น หากคีย์เคยถูกเปิดเผย ให้ เพิกถอน (revoke) แล้วออกใหม่ ทันที

13. ลำดับงานทั้งระบบ (End-to-End)

ลำดับที่แนะนำเมื่อเริ่มโครงการใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบ

  1. สร้างโปรเจกต์ — กำหนดรหัส ชื่อ และสกุลเงิน
  2. อัปโหลดโมเดล IFC และรอประมวลผลให้ “พร้อม”
  3. สร้าง BOQ จากโมเดล → ตรวจ/ปรับปริมาณ
  4. ใส่ราคา จากคลังราคา (apply ลง BOQ)
  5. ตั้งงบควบคุม จาก BOQ (baseline)
  6. จัดซื้อ — สอบราคา → ใบสั่งซื้อ (ผูกพัน) → รับของ → ใบแจ้งหนี้/งวดงาน (อนุมัติ → ลงต้นทุนจริง) → จ่ายเงิน
  7. ติดตามหน้างาน — อัปเดตความคืบหน้าโซนใน Digital Twin, บันทึก QC, เก็บ snapshot
  8. วัดผลด้วย EVM — ตั้ง Baseline แผนงาน แล้วอ่าน CPI/SPI เทียบแผน vs จริง
  9. ใช้ AI — ดูฟีดความสนใจและถามผู้ช่วยเพื่อสรุป/หาความเสี่ยง
💡 ข้อมูลไหลต่อกันเอง

เมื่อทำตามลำดับนี้ ต้นทุนจริงจะไหลเข้าสู่งบอัตโนมัติจากการจัดซื้อ/เบิกวัสดุ และ EVM จะดึงทั้งความคืบหน้าและต้นทุนมาคำนวณให้ — คุณไม่ต้องกรอกซ้ำ

14. คำถามที่พบบ่อย & การแก้ปัญหา

ผู้ช่วย AI ขึ้นว่า “ไม่ได้ตั้งค่า”

แปลว่ายังไม่มีคีย์ของผู้ให้บริการ LLM ให้ผู้ดูแลใส่ BOQ_LLM_API_KEY ใน .env แล้วรีสตาร์ตบริการ api (ดูหัวข้อ 12)

ระบบเด้งให้เข้าสู่ระบบใหม่ / กดปุ่มแล้วไม่ทำงานชั่วครู่

เป็นเรื่องปกติเมื่อ เซสชันหมดอายุ ระบบจะต่ออายุให้อัตโนมัติแล้วทำรายการต่อ หากถูกพาไปหน้าเข้าสู่ระบบ ให้ล็อกอินใหม่

อัปโหลด IFC แล้วไม่ขึ้นเป็น “พร้อม”

ตรวจว่าเป็นไฟล์ IFC จริง (IFC2x3/IFC4) ขนาดไม่เกินที่กำหนด และรอการประมวลผลเบื้องหลังสักครู่ หากยังไม่สำเร็จให้ลองอัปโหลดใหม่

อนุมัติเอกสารจัดซื้อของตัวเองไม่ได้

เป็นไปตามการควบคุมแบบ Maker–Checker (หัวข้อ 8.7) ต้องให้ผู้ใช้อีกคนที่มีสิทธิ์เป็นผู้อนุมัติ

ทำไมตั้งราคาแล้วต้นทุนจริงยังเป็น 0

ราคาใน BOQ คือ “ประมาณการ” ส่วน ต้นทุนจริง จะเกิดเมื่ออนุมัติใบแจ้งหนี้/งวดงาน หรือเบิกวัสดุออกเท่านั้น

SV/SPI ไม่แสดงในการ์ด EVM

เพราะยังไม่ได้ตั้ง Baseline แผนงาน เพิ่มจุดแผน (วันที่ + %) อย่างน้อย 2 จุดเพื่อปลดล็อกด้านเวลา (หัวข้อ 10.5)

15. อภิธานศัพท์

คำความหมาย
BIMBuilding Information Modeling — แบบจำลองสารสนเทศอาคาร
IFCรูปแบบไฟล์มาตรฐานกลางสำหรับแลกเปลี่ยนแบบจำลอง BIM
Quantity Takeoff (QTO)การถอดปริมาณงานจากแบบ/โมเดล
BOQBill of Quantities — บัญชีแสดงปริมาณงานและราคา
Rate Cardชุดราคาต่อหน่วยมาตรฐาน (flat หรือแยกแรงงาน/วัสดุ/เครื่องจักร)
Commitment / POมูลค่าผูกพันจากใบสั่งซื้อ/สัญญา
Variation (VO)รายการเปลี่ยนแปลงขอบเขต/ราคา ที่ปรับงบแก้ไข
GRNGoods Receipt Note — ใบรับของ
WHTภาษีหัก ณ ที่จ่าย
Retentionเงินประกันผลงานที่กันไว้ จ่ายคืนภายหลัง
Progress Claimการเบิกงวดงานตามความคืบหน้า (ผู้รับเหมาช่วง)
EVMEarned Value Management — การวัดผลทั้งต้นทุนและเวลาด้วยมูลค่าที่ได้รับ
EV / PV / ACมูลค่างานที่ทำได้ / มูลค่างานตามแผน / ต้นทุนจริง
CV / SVส่วนต่างต้นทุน (EV−AC) / ส่วนต่างด้านเวลา (EV−PV)
CPI / SPIดัชนีต้นทุน (EV÷AC) / ดัชนีด้านเวลา (EV÷PV)
Baselineเส้นแผนงาน — ชุดจุด (วันที่, % ตามแผน) ที่ใช้คำนวณ PV
Digital Twinแบบจำลองดิจิทัลที่สะท้อนสถานะหน้างานจริง
Maker–Checkerการแบ่งแยกผู้ทำรายการกับผู้อนุมัติ เพื่อการควบคุมภายใน